โพสต์โดย : Admin เมื่อ 22 มิ.ย. 2569 15:47:46 น. เข้าชม 61 ครั้ง
| อาร์เจนติน่า
|
![]()
23 มิ.ย. 2569 |
ออสเตรีย
|
"ฟ้า-ขาว" ลุ้น "เมสซี่" ทุบสถิติโลกซัด "วิหคเพลิง" เดิมพันตั๋วเข้ารอบศึกบอลโลกนัดสอง!
บอลโลก 2026 | อาร์เจนติน่า VS ออสเตรีย (สนามกลาง) | กลุ่ม J นัดที่ 2 | วันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2026 | เวลา 00:00 น. |
พรีวิว
ลิโอเนล เมสซี่ หวังที่จะนำทัพ อาร์เจนติน่า ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ของศึก บอลโลก 2026 ในวันจันทร์นี้ ยามที่พวกเขามีคิวลงสนามดวลแข้งกับ ออสเตรีย ที่สนาม ดัลลัส สเตเดียม โดยทัพนักเตะอาร์เจนไตน์โชว์ฟอร์มสุดหรูถล่ม แอลจีเรีย มาขาดลอย 3-0 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้พวกเขาทะยานขึ้นมานำเป็นจ่าฝูงของ กลุ่ม J ขณะที่แอฟริกาใต้หรือทีมอื่นๆ ต้องหลบไปก่อนเนื่องจาก ออสเตรีย รั้งอันดับสองมี 3 คะแนนเท่ากันจากการเบียดชนะ จอร์แดน 3-1 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน
แมตซ์ พรีวิว
อาร์เจนติน่า
หากใครเคยตั้งข้อสงสัยในศักยภาพของ อาร์เจนติน่า ว่าจะสามารถก้าวไปคว้าแชมป์โลกได้อีกสมัยหรือไม่ สิ่งเหล่านั้นได้ถูกปัดเป่าให้หายไปจนหมดสิ้นหลังจากที่ ลิโอเนล เมสซี่ ระเบิดฟอร์มซัดแฮตทริกอันน่าทึ่งพาทีมถล่มเอาชนะแอลจีเรียมาได้ โดยดาวยิงวัย 38 ปีรายนี้ต้องการพังประตูอีกเพียงลูกเดียวเท่านั้นเพื่อทำลายสถิติสูงสุดตลอดกาลในฟุตบอลโลกของ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ที่จำนวน 16 ประตู แต่อย่างไรก็ตาม การการันตีตั๋วเข้ารอบน็อคเอาท์ในวันจันทร์นี้ถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสำหรับทีมมากกว่า โดยชัยชนะจะช่วยให้พวกเขาการันตีการผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายทันที ทว่าเพียงแค่คะแนนเดียวก็แทบจะเพียงพอเนื่องจากทัพ ฟ้า-ขาว จะการันตีการติดท็อปทรีของกลุ่มแน่นอน ซึ่งหากทีมของ ลิโอเนล สกาโลนี่ คว้าแชมป์กลุ่มเจได้สำเร็จจะเข้าไปไขว้เจอรองแชมป์กลุ่มเอชในรอบต่อไป ซึ่งปัจจุบันทั่งสี่ทีมอย่าง ซาอุดีอาระเบีย, สเปน, อุรุกวัย และเคปเวิร์ด ต่างเสมอกันมี 1 แต้มเท่ากันทั้งหมด ปัจจุบันอาร์เจนติน่าโชว์ฟอร์มได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยคว้าชัยชนะมาได้รวดตลอด 8 นัด หลังสุดรวมทุกรายการและเสียประตูไปเพียงแค่สองเกมเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นสถิติการแข่งขันจริง 8 นัดหลังสุดพวกเขาก็ชนะ 6 เสมอ 1 แพ้ 1 และหากคว้าชัยชนะในเกมนี้ได้จะนับเป็นการคว้าชัยชนะ 8 นัดติดต่อกันในศึกฟุตบอลโลก ซึ่งเป็นจำนวนที่มากเท่ากับที่พวกเขาเคยทำได้จากการลงเล่น 14 แมตช์ก่อนหน้านั้นในทัวร์นาเมนต์นี้รวมกัน
ออสเตรีย
ทางด้าน ออสเตรีย ต้องลุ้นเหนื่อยจนถึงช่วงท้ายเกมกว่าจะเอาชนะ จอร์แดน มาได้ โดยพวกเขาต้องพึ่งพาการทำเข้าประตูตัวเองของ ยาซาน อาบู อัล-อาหรับ ในนาทีที่ 76 ช่วยให้ทีมนำ 2-1 ก่อนที่ มาร์โก อาร์เนาโตวิช จะมาสังหารจุดโทษปิดกล่องในนาทีที่ 12 ของช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง ทำให้ผู้จัดการทีมอย่าง ราล์ฟ รังนิก รู้สึกผิดหวังไม่น้อยกับระบบเกมรับที่ปล่อยให้คู่แข่งมีช่องว่างโจมตีจนโดนจอร์แดนสอยประตูตีเสมอในนาทีที่ 50 โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งซ้ายของไลน์อัพที่เปิดโล่งอย่างผิดปกติจากการบีบเกมสูงที่ล้มเหลว แต่อย่างไรก็ดี กุนซือวัย 67 ปีรายนี้ยังพอใจได้อยู่บ้างกับสถิติแนวรับที่ออสเตรียเสียประตูมากกว่าหนึ่งลูกเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้นจากการลงสนาม 18 แมตช์ หลังสุด และพวกเขาสามารถพังประตูได้อย่างน้อยสองลูกถึง 4 จาก 6 เกมแข่งขันจริงหลังสุด ปัจจุบันทัพ วิหคเพลง กำลังอยู่บนเส้นทางของการสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1982 ซึ่งความสำคัญของความสำเร็จนี้จะยิ่งใหญ่มากเนื่องจากศึกปี 2026 นี้ถือเป็นการเข้ามาเล่นรอบสุดท้ายหนแรกของประเทศนับตั้งแต่ปี 1998 โดยสถิติการเจอกันในอดีตของทั้งสองชาติเคยพบกันเพียง 2 ครั้ง ซึ่งออสเตรียเคยยันเสมออาร์เจนติน่า 1-1 ในเกมกระชับมิตรปี 1990 แต่เคยโดนถล่มยับเยิน 5-1 ในช่วงหนึ่งทศวรรษก่อนหน้านั้นในปี 1980
ฟอร์มล่าสุด
อาร์เจนติน่า (ฟุตบอลโลก) : ชนะ
อาร์เจนติน่า (ทุกรายการ) : ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ
ออสเตรีย (ฟุตบอลโลก) : ชนะ
ออสเตรีย (ทุกรายการ) : ชนะ เสมอ ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ
สภาพความพร้อมของทีม
อาร์เจนติน่า
การจัดทัพไลน์อัพผู้เล่นของอาร์เจนติน่าจะมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนและเปิดพื้นที่ให้ ลิโอเนล เมสซี่ ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ คาดว่าจะใช้ระบบกองกลางสี่ตัวปักหลักอยู่ข้างหลังเขา นำโดย โรดริโก้ เด ปอล, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ และ ติอาโก้ อัลมาด้า ขณะที่ตำแหน่งแบ็กขวา แม้ว่า กอนซาโล มอนติเอล จะเป็นตัวเลือกได้แต่เนื่องจากเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บที่แฮมสตริงรบกวนทำให้ยังต้อง รอเช็คความฟิต ส่งผลให้กุนซือน่าจะเลือกพักเขาไว้ก่อนและใช้งาน นาฮูเอล โมลิน่า ลงทำหน้าที่แทน ส่วนเซนเตอร์แบ็กแดนกลางอย่าง คริสเตียน โรเมโร่ และ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ที่สตาร์ทตัวจริงในเกมถล่มแอลจีเรียพร้อมลงจับคู่กันต่อเนื่องเนื่องจากมีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความดุดันและการเซ็ตบอลขึ้นเกม
ออสเตรีย
ทางด้าน ออสเตรีย ต้องประสบปัญหาวิกฤตในแผงแนวรับเมื่อแบ็กขวาคนสำคัญอย่าง สเตฟาน พอสช์ เจอปัญหาบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นกระดูกขากรรไกรหัก ทำให้เจ้าตัวย่อมต้อง รอเช็คความฟิต แม้ว่าจะไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดแต่เพื่อความปลอดภัยกุนซือรังนิกน่าจะเลือกส่ง คอนราด ไลเมอร์ ลงทำหน้าที่ขัดตาทัพแทน ขณะที่สองขุนพลจาก แอร์เบ ไลป์ซิก อย่าง นิโคลัส ไซวัลด์ และ ซาเวอร์ ชลาเกอร์ พร้อมลงปักหลักคุมพื้นที่แดนกลางร่วมกันอยู่ด้านหลังของมิดฟิลด์หมายเลข 10 อย่าง คาร์นีย์ ชุควูเอเมก้า ส่วนในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ซาซ่า คาลายซิช ที่ได้สตาร์ทตัวจริงนัดก่อนแต่โชว์ฟอร์มไม่ออกจนโดนถอดให้ มาร์โก อาร์เนาโตวิช ลงมาแทนในช่วงพักครึ่ง จำเป็นต้องรีบยกระดับฟอร์มการเล่นของตัวเองอย่างเร่งด่วนหากหวังจะรอดพ้นจากการโดนเปลี่ยนตัวออกจากสนามเป็นนัดที่สองติดต่อกัน
คาดการณ์ผู้เล่น
อาร์เจนติน่า : เอ มาร์ติเนซ; โมลิน่า, โรเมโร่, ลิ มาร์ติเนซ, เมดิน่า; เด ปอล, แม็ค อัลลิสเตอร์, เฟร์นานเดซ, อัลมาด้า; เมสซี่, ลา มาร์ติเนซ
ออสเตรีย : เอ ชลาเกอร์; ไลเมอร์, ลีนฮาร์ต, อลาบา, มูเวเน่; ไซวัลด์, ซาเวอร์ ชลาเกอร์; ชมิด, ชุควูเอเมก้า, ซาบิตเซอร์; คาลายซิช
วิเคราะห์คาดการณ์
ศึกบิ๊กแมตช์ชี้ชะตาแชมป์กลุ่มเจในนัดที่สองของทัวร์นาเมนต์เป็นการพบกันของสองชาติที่พกความมั่นใจจากชัยชนะในนัดแรก โดย อาร์เจนติน่า ภายใต้การนำทัพของ ลิโอเนล สกาโลนี่ อยู่ในช่วงที่ท็อปฟอร์มสุดขีดหลังสร้างสถิติชนะรวดรวมทุกรายการยาวนานถึง 8 นัดติดต่อกัน และเพิ่งถล่มแอลจีเรียมาขาดลอย 3-0 จากแฮตทริกอันร้อนแรงของ ลิโอเนล เมสซี่ สตาร์กัปตันทีมวัย 38 ปี ซึ่งเกมนี้นักเตะแกนหลักในแดนกลางทั้ง โรดริโก้ เด ปอล, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ พร้อมลงสนามควบคุมจังหวะเกมบุกเข้าใส่คู่แข่ง แม้แนวรับอย่าง กอนซาโล มอนติเอล จะเจ็บแฮมสตริงต้อง รอเช็คความฟิต แต่ก็ได้ นาฮูเอล โมลิน่า ลงทำหน้าที่แทนได้แบบไร้รอยต่อ ต่างจากทาง ออสเตรีย ของกุนซือ ราล์ฟ รังนิก ที่แม้จะเก็บสามแต้มแรกมาได้จากการชนะจอร์แดน 3-1 แต่ระบบเกมรับยังมีรอยแผลขนาดใหญ่ระบุชัดเจนว่าปล่อยให้คู่แข่งเจาะช่องว่างได้ง่าย ยิ่งเกมนี้แนวรับต้องประสบปัญหาพิการเนื่องจาก สเตฟาน พอสช์ บาดเจ็บกระดูกขากรรไกรหักจนต้อง รอเช็คความฟิต ทำให้อาจต้องปรับโยก คอนราด ไลเมอร์ ลงมาขัดตาทัพแทน ยิ่งไปกว่านั้นศูนย์หน้าตัวเป้าอย่าง ซาซ่า คาลายซิช ก็กำลังอยู่ในช่วงปืนฝืดจนเกือบโดน มาร์โก อาร์เนาโตวิช เบียดตำแหน่ง เมื่อพิจารณาจากสถิติเกมรุกอันหลากหลายเด็ดขาดของทัพฟ้า-ขาว บวกกับปัญหาแนวรับที่กำลังระส่ำและปรับไลน์อัพกะทันหันของทัพวิหคเพลิง เชื่อว่าเกมนี้อาร์เจนติน่าจะเป็นฝ่ายพับสนามบุกกดดันตลอด 90 นาที และความอัจฉริยะของเมสซี่จะช่วยให้ทีมเจาะแนวรับออสเตรียคว้าชัยชนะพร้อมตีตั๋วเข้ารอบต่อไปได้สำเร็จตามความคาดหมาย
คาดการณ์สกอร์ : อาร์เจนติน่า 2 - 0 ออสเตรีย
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ทีมชนะ : อาร์เจนติน่า - ทัพ "ทัพฟ้า-ขาว" กำลังอยู่ในช่วงโมเมนตัมที่ร้อนแรงและสมบูรณ์แบบสุดๆ จากการคว้าชัยชนะรวมทุกรายการมาได้ถึง 8 นัดติดต่อกัน ความมั่นใจเต็มเปี่ยมนำทัพโดย ลิโอเนล เมสซี่ ผิดกับฝั่ง ออสเตรีย ที่แผงแนวรับกำลังประสบปัญหานักเตะแกนหลักบาดเจ็บและแสดงข้อผิดพลาดให้เห็นในนัดก่อน ทำให้แชมป์โลกจะบดคว้าสามแต้มการันตีเข้ารอบสำเร็จ
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : ต่ำ - แม้ว่าอาร์เจนติน่าจะมีเกมรุกที่ดุดันเฉียบขาด ทว่าทางด้านออสเตรียภายใต้การทำทีมของ ราล์ฟ รังนิก มักจะเน้นระบบระเบียบวินัยและมีสถิติแนวรับที่ดีเสียประตูมากกว่าหนึ่งลูกเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้นจากการลงสนามถึง 18 เกมหลังสุด ทำให้เกมนี้ทัพ "วิหคเพลิง" น่าจะเน้นมาตั้งรับลึกเพื่อยื้อแต้ม สกอร์รวมจึงน่าจะจบต่ำไม่เกินเรท
Both Teams to Score (BTTS) : ไม่ - แผงแนวรับของอาร์เจนติน่าที่มี คริสเตียน โรเมโร่ และ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ปักหลักยืนคุมพื้นที่มีความแข็งแกร่งดุดันและเสียประตูยากมากโดยเก็บคลีนชีตได้ถึง 6 จาก 8 นัดหลังสุด ยามที่ต้องมาเจอกับขุมกำลังแดนหน้าของออสเตรียอย่าง ซาซ่า คาลายซิช ที่ฟอร์มกำลังฝืดเคือง ย่อมทำให้ทัพวิหคเพลิงจะปืนฝืดและมีเพียงอาร์เจนติน่าฝ่ายเดียวที่ทำสกอร์ได้
ทีมได้ประตูแรก : อาร์เจนติน่า - ขุนพลนักเตะอาร์เจนไตน์จะใช้ความเหนือกว่าในการครอบครองบอลและเปิดเกมรุกบดขยี้เข้ากดดันแนวรับของออสเตรียตั้งแต่นาทีแรกเพื่อพังประตูออกนำคลายความกดดัน โดยความเฉียบคมและการสร้างสรรค์เกมรุกของ ลิโอเนล เมสซี่ จะช่วยเจาะแผงหลังของออสเตรียที่ต้องปรับเปลี่ยนไลน์อัพเนื่องจากอาการบาดเจ็บของ สเตฟาน พอสช์ จนสามารถพังประตูเบิกร่องได้ก่อนตามคาด